ค้นหาสินค้า

รายการสินค้าค้าตามหมวด

ความรู้เปื้องต้นระบบเสียง พีเอ >> ความรู้เบื้องต้นและการปรับแต่ง LEXICON MX200



Lexicon ชื่อนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมากนักเพราะเชื่อว่าผู้ที่อยู่ในวงการระบบเสียงย่อมรู้จักกันดีอยู่แล้ว ว่าเป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตเอฟเฟคออกมาอย่างมีคุณภาพต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้ว จนปัจจุบันนี้เอฟเฟคก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลล้วนๆ โดยอยู่ในรูป Plug-In โดยไม่ต้องมี hardware มาใช้งานแต่อย่างไร ซึ่งนิยมใช้งานในหมู่ที่ทำงานบนโปรแกรมล้วนๆ

   ต่อมาเครื่องเอฟเฟคที่เป็น hardware จำเป็นต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมดนตรีหรือโปรแกรมบันทึกเสียงในคอมพิวเตอร์ได้ด้วย เสมือนหนึ่งเป็นเครื่องมือชิ้นเดียวกัน โดยหลายๆยี่ห้อเริ่มพัฒนาตัวเองให้สามารถต่อพ่วงได้ แต่ในยุคแรกๆภาพและกราฟฟิคยังดูไม่สวยงามเท่าไหร่ และใช้งานยุ่งยากพอสมควร ทำให้ผู้ใช้งานไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก

  แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ภาพกราฟฟิคดูเสมือนเครื่องตัวจริงอยู่ในจอคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งฟังชันต่างๆที่หมุนปรับแต่งในเครื่องก็สามารถแสดงผลที่ตัวเครื่อง hardware ตามไปด้วย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้ทั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์และหรือจากเครื่องตัวจริงๆ และข้อดีที่ plug-In ให้ไม่ได้นั่นก็คือ เนื้อเสียงที่หนาและได้โทนเสียงจากเครื่องจริงๆ มิใช่เสียง DSP เพียงอย่างเดียวที่สู้มิติเสียงจากเครื่องจริงๆไม่ได้อยู่แล้ว

  ดังนั้นยุคนี้จึงเป็นยุคทองของเอฟเฟคที่เป็น hardware ที่ผสมผสานตัวเองเพื่อให้กลายเป็น Plung-In ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อสนองตอบต่อผู้ที่ชื่นชอบการทำงานบนจอแต่ในขณะเดียวกันต้องการความหนาของเสียงด้วย จึงกลายเป็นจุดที่น่าสนใจต่อการลงทุนและที่สำคัญก็คือไม่กินกำลังเครื่องคอมพิวเตอร์แต่อย่างไร

เปิดกล่องแกะถุง
   เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบตัวเครื่องบรรจุแน่นหนาดีไม่มีการขยับไปมาซึ่งทำให้แน่ใจในเรื่องของการขนส่งว่าเครื่องถูกยึดอยู่นิ่งๆตลอดเวลา ตรงนี้สำคัญต่ออุปกรณ์และแผ่นปริ๊นท์ภายในเครื่องจะไม่เกิดความเสียหายแตกร้าวหรือจุดบัดกรีเคลื่อนตัวได้ ตัวเครื่องถูกบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ภายในกล่องจะมีอุปกรณ์พื้นฐานต่างๆมาให้คือ

AC adapter 230V - 50Hz ,20W ,OUTPUT 9 V
แผ่นซีดีโปรแกรมสำหรับติดตั้งใช้งานในคอมพิวเตอร์
ตัวเครื่อง Lexicon MX200
นิตยสาร harmanpro หนึ่งเล่ม
คู่มือ MX200 User Guide
การออกแบบ
   Lexicon MX200 รุ่นใหม่ตัวนี้ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาออกแบบให้การใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ง่ายดายมากขึ้น พร้อมทั้งภาพกราฟฟิคที่ดูสวยงามละเอียดเมื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์อีกด้วย ด้วยหน้าตาที่คงสไตล์ของ Lexicon อย่างเหนียวแน่น ปุ่มแบบหมุนต่างๆขนาดพอเหมาะนิ้วและหมุนได้คล่องมือไม่ฝืด ตัวหนังสือสีขาวสกรีนอยู่บนพื้นหน้าปัทม์สีน้ำเงินเข้ม ดูสวยงามมากและเนื้ออลูมิเนียมที่ทำหน้าปัทม์ก็ให้การสะท้อนดูมีราคาดี

   แนวคิดในการออกแบบรุ่นใหม่ตัวนี้จากที่ลองทดสอบดูพบว่า ออกแบบมาให้ปุ่มใช้งานต่างๆสามารถปรับเปลี่ยนหน้าที่ตามฟังชันโปรแกรมที่เลือกเอาไว้ โดยมีจอแสดงผลด้วยตัวเลขสีเขียวตัวใหญ่ดูชัดเจนคอยแสดงค่าที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยจอนี้จะแสดงผลเฉพาะตัวเลขเท่านั้น

Dual Reverb
   เอฟเฟครุ่นนี้ซื้อหนึ่งเครื่องเหมือนได้สองเครื่องเลยถือว่าน่าสนใจ เพราะเป็นแนวคิดที่มีสำหรับเอฟเฟครุ่นสูงๆเท่านั้นที่มักทำออกมาในลักษณะนี้ อย่างเช่น Lexicon 960 ที่เอฟเฟคเพียงเครื่องเดียวแต่เสมือนมีเอฟเฟคถึงสี่เครื่องอยู่ในตัว แต่ราคาค่าตัวก็ไม่ต่างจากการซื้อรถใหม่ซักหนึ่งคันเลยทีเดียว

   ซึ่ง Lexicon MX200 รุ่นใหม่ตัวนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อเอฟเฟคสองเครื่องเพื่อมาใช้งานร่วมกันในการมิกซ์เสียงหรือทำระบบเสียง และที่สำคัญก็คือทำให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นกับโปรแกรมได้หลากหลายมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการผสมเอฟเฟคกับเอฟเฟคเข้าด้วยกัน ตรงนี้หากผู้ที่เคยทำงานในลักษณะนี้จะเข้าใจดีว่า จะได้ลักษณะเสียงเอฟเฟคที่ดีกว่าการใช้เอฟเฟคเพียงตัวเดียว และสามารถสรรสร้างจิตนาการในเวลามิกซ์เสียงได้บรรเจิดมากขึ้นอีกด้วย

เร้าติ้ง (Routing)

   ฟังชันตัวนี้ก็เป็นอีกฟังชันหนึ่งที่มีใช้ในเอฟเฟค Lexicon 960 ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้งานกับรุ่นนี้ โดยจะมีหน้าปัทม์แสดงผลการใช้งานในแต่ละฟังชันด้วยตัวเลขคือหมายเลข 1ถึง 4 ประโยชน์ของมันช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกผสมสัญญาณได้หลายๆลักษณะด้วยกัน และจุดนี้ถือเป็นจุดเด่นและให้เสียงที่ผสมในรูปแบบต่างกัน ทำให้ได้เสียงเอฟเฟคที่ไม่เหมือนใคร โดยมีลูกเล่นให้ใช้งานถึงสี่แบบคือ

DUAL MONO เมื่อเลือกฟังชันนี้สัญญาณ L R ที่เข้ามาที่เครื่องและแยกเข้าสู่โหมด processor 1และ processor 2 อิสระและส่งออกจากเครื่องอิสระจากกันด้วย
2. CASCADE เมื่อเลือกฟังชันนี้สัญญาณ L R จะถูกส่งเข้าสู่ processor1ก่อนและถูกส่งต่อเข้า processor2 ตามมาหลังจากนี้จะกระจายสัญญาณเป็นสเตอริโอออกมาที่ output   
3. DUAL STEREO (Parallel) เมื่อเลือกที่โหมดนี้สัญญาณ L R ถูกแยกส่งเข้าสู่ processor1+2 และเมื่อสัญญาณออกมาจะถูกผสมรวมกันในรูปแบบสเตอริโอ 
4. MONO SPLIT เมื่อเลือกฟังชันนี้สัญญาณ L ถูกส่งเข้าสู่ processor 1 ในขณะที่สัญญาณ R ถูกส่งเข้า processor 2 สัญญาณที่ออกมาภาค output จะถูกผสมรวมกันในรูปแบบสเตอริโอ


รายชื่อโปรแกรม
   รายชื่อโปรแกรมที่ออกแบบพิมพ์ติดมาที่หน้าปัทม์เลย ตรงนี้เป็นการออกแบบที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดจริงๆ เพราะโดยทั่วๆไปในการทำระบบเสียงกลางแจ้ง รายชื่อโปรแกรมมักจะแสดงอยู่ที่หน้าจอทุกๆครั้งที่เลือกโปรแกรม แนวคิดนี้ก็ดีแต่บ่อยครั้งที่ต้องการวิ่งเข้าไปหาโปรแกรมที่ต้องการ หากต้องการความเร็วก็ต้องจำให้ได้ว่า โปรแกรมที่ต้องการอยู่ที่ตำแหน่งใด แต่ถ้าลืมก็ต้องกดหาไปเรื่อยๆซึ่งใช้เวลาพอสมควร
   แต่การสกรีนชื่อโปรแกรมลงไปเลยนี้ทำให้สามารถกวาดสายตามองหาได้เลย แล้วก็กดเข้าไปหาโปรแกรมที่ต้องการใช้งานเพียงเท่านี้ซึ่งใช้เวลารวดเร็วดี โดยเฉพาะงานระบบเสียงกลางแจ้งด้วยแล้ว เวลาเล่นกับเอฟเฟคจะสนุกมากจริงๆ

    สำหรับไฟ LED ที่แสดงผลที่รายชื่อเอฟเฟคต่างๆจะแสดงผลอยู่สองสี เพื่อแยกประเภทของชนิดเอฟเฟคทำให้ง่ายต่อการดูและไม่เกิดความสับสนในขณะรีบเร่งใช้งาน โดยไฟ LED สีแดงถูกกำหนดให้แสดงผลกับเอฟเฟคประเภท DELAY และเอฟเฟคประเภท CHORUS,PANNING,Pitch Shift ,Detune ส่วนไฟ LED สีเขียวถูกแสดงผลกับเอฟเฟคประเภท REVERB และ De Esser และ Compressor

Processor 1+2
   เมื่อดูจากด้านหน้าเครื่องจะเห็นสกรีนคำว่า processor 1 , processor 2 อยู่ติดกันและจะเห็นปุ่มใช้งานสามปุ่มหมุนและหนึ่งปุ่มกดใหญ่ และสองปุ่มกดเล็กๆที่อยู่เหนือปุ่มหมุน ปุ่มต่างๆเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนปุ่ม EDIT นั่นเอง โดยทำหน้าที่ปรับแต่งค่าต่างๆที่ผู้ใช้งานเลือกเอาไว้ ด้วยแนวคิดง่ายๆในการออกแบบที่ทำให้ปุ่มต่างๆทำงานได้หลากหลายหน้าที่ในตัวเอง จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้สะดวกและเข้าใจเร็ว ซึ่งทุกๆครั้งที่มีการ EDIT เกิดขึ้นจะมีการแสดงผลค่าตัวเลขที่จอด้านขวาขนาด 1x1 นิ้ว แสดงผลด้วยตัวเลขสีเขียวดูชัดเจน

Program Select Knop
  ปุ่มนี้อยู่ด้านขวามือของเครื่องมีลักษณะเป็นปุ่มหมุนขนาด 2เซ็นติเมตร ทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนค่าและเลือกโปรแกรม เมื่อหมุนจะมีจังหวะหยุดแต่ละจุดเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความรู้สึกปรับเปลี่ยนค่าในขณะหมุนหาโปรแกรมต่างๆ

TEMPO
  เอฟเฟคยุคใหม่จะขาดซึ่งฟังชันนี้ไม่ได้แล้ว เพราะมันช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานอย่างรวดเร็วจริงๆ ผู้ใช้งานที่เลือกโปรแกรมที่เป็นประเภท delay เมื่อไหร่ไฟที่ปุ่ม TEMPO จะกระพริบแสดงการเตรียมพร้อมใช้งานในทันที ประโยชน์ของมันก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าจังหวะอัตราส่วนของ DELAY ให้เข้ากับจังหวะของดนตรีในแต่ละเพลงด้วยการเคาะเข้าไปที่ปุ่ม TEMPO นี้

   ผู้ใช้งานมีหน้าที่เพียงเคาะจังหวะให้ตรงกับจังหวะเพลงที่กำลังได้ยินอยู่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองเคาะได้ตรงกับจังหวะแล้ว ก็ทำการเลื่อนนิ้วมาเคาะที่ตัวปุ่ม TEMPO นี้เข้าไปอย่างน้อยสามครั้งก็ใช้ได้แล้ว เมื่อเคาะเข้าไปแล้วเครื่องจะคำนวณค่า DELAY ให้อัตโนมัติและจังหวะของดนตรีกับ DELAY ก็เข้ากันได้ดี ประโยชน์ของปุ่มนี้มหาศาลครับ

     ผู้เขียนเองก็ชอบใช้มากๆเวลามิกซ์งานระบบเสียงกลางแจ้งก็ดี หรือ เวลามิกซ์งานเพลงใน

  สตูดิโอก็ตาม มันใช้งานได้ผลจริงๆ ไม่ต้องเสียเวลามาคำนวณให้เสียเวลาแต่อย่างไร และผู้เขียนยังสนุกกับการเล่นจังหวะกับ DELAY และเพลงที่กำลังเล่นอยู่ ในค่าอัตราส่วนต่างๆ อย่างเช่น โน๊ตตัวดำ ตัวขาว หรือขเบ็ด ก็ดี ช่วยให้สามารถสร้างสำเนียง DELAY ในบางจุดของเพลงที่อยากเล่นได้ และเมื่อเล่นไปแล้วก็รีบกดจังหวะใหม่เข้าไปใหม่ก็จะเปลี่ยนจังหวะ DEALY ไปอีก สนุกมากครับ ขอแนะนำให้ไปลองเล่นดู

De Esser

   เจ้าโปรแกรมตัวนี้เหมาะสำหรับลดเสียงสระที่มักสร้างปัญหากับเสียงสูง อย่างเช่น ส ซ จ เป็นต้น แต่ทำไมเครื่องรุ่นนี้จึงใส่มาด้วย ตรงนี้ผู้เขียนขอชมผู้ออกแบบที่ใส่เข้า เพราะมันได้ประโยชน์ในขณะใช้งานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะงาน PA ด้วยแล้ว เสียง sibilance เหล่านี้แสบหูจริงๆเมื่อได้ยิน และเมื่อใช้งานเอฟเฟคมันยิ่งเพิ่มความรกของเสียงเอฟเฟคให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา น่ารำคาญจริงๆเวลาทำงานในขณะมิกซ์เพลง

   ดังนั้นตัวช่วยตัวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดในการใช้งานที่ให้ผลดีต่อการฟังอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเวลาฟังดังๆจะรู้สึกถึงความแสบหูของเสียงลักษณะนี้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่การทำงานในสตูดิโอก็ตาม โปรแกรมตัวนี้ก็สามารถใช้งานได้ดีเช่นเดียวกัน

Compressor
  ผู้เขียนเมื่อแรกเปิดดูเครื่องรุ่นนี้ยังแปลกใจอยู่ว่า ทำไมใส่โปรแกรมตัวนี้มาด้วยล่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าไดนามิคส์ตัวนี้จะทำงานได้ดีสู้กับเครื่องคอมเพรสเซอร์ล้วนๆได้แค่ไหน เมื่อลองเล่นดูพบว่า สามารถทำงานได้ดีในระดับเพียงพอต่อการคอมเพรสสัญญาณเอฟเฟคด้วยกัน มันช่วยเสริมให้เสียงเอฟเฟคทรงพลังและชัดเจนมากขึ้น ในขณะเดียวกันช่วยเพิ่มค่าเฮดรูมให้ได้มากขึ้นอีกเล็กน้อย จึงทำให้เสียงเอฟเฟคเกิดความคมชัดและได้ยินมิติที่แม่นยำขึ้น

   แต่อย่าไปหวังในการใช้งานควบคุมสัญญาณเสียงจากไมโครโฟนนะครับ เพราะมันออกแบบมาเพื่อใช้งานในวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน แต่ถ้าถามว่าจะนำไปใช้คุมสัญญาณจากไมโครโฟนหรือสัญญาณที่เป็น line ได้หรือไม่ จริงๆแล้วก็ใช้งานได้ไม่มีปัญหาแต่ก็ได้ดีในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง

ด้านหลังเครื่อง
   จุดเชื่อมต่อ INPUT/OUTPUT สามารถต่อสัญญาณทั้งแบบ TS และ TRS หมายความว่าสามารถต่อสัญญาณทั้งแบบ balance และ unbalance นั่นเอง สำหรับจุดเชื่อมต่อดิจิตอลเป็นแบบ

   S/PDIF IN/OUT พร้อมกับช่องต่อ USB สำหรับการต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (แปลกใจว่าทำไมไม่มีสาย USB มาให้กับเครื่องด้วย) และยังมีช่องต่อระบบ MIDI IN/OUT และช่องต่อสำหรับ foot switch control เพื่อทำหน้าที่ bypass

การลงโปรแกรม
  การลงโปรแกรมก็ไม่ต่างจากการลงโปรแกรมทั่วๆไป และเมื่อใส่แผ่นเข้าเครื่องแล้วโปรแกรมจะ RUN เองผู้ใช้งานมีหน้าที่เพียงกด NEXT เท่านั้น โปรแกรมที่มาเป็นรุ่น MX-Edit 1.0 โดยเริ่มต้นดังนี้

ใส่แผ่นเข้าเครื่อง โปรแกรมจะ RUN เอง
หน้าต่อมาให้ใส่ชื่อและรายละเอียดอื่น
หน้าต่อมาให้เลือก folder ที่จะเก็บโปรแกรมนี้เอาไว้
หน้าต่อมาให้เลือกการลง แนะนำให้ลงแบบ Typical
หน้าต่อมาให้กด Install โปรแกรมก็จะทำงานการลงโปรแกรมเข้าเครื่อง ซักพักหนึ่งจะมีหน้าต่างใหม่เกิดขึ้น ตอนนี้ให้ต่อสาย USB และเปิดเครื่อง MX200 แล้วนำมาต่อเข้ากับ USB port ที่ช่องต่อที่คอมพิวเตอร์ (ก่อนหน้านี้ต้องไม่ต่อเครื่อง MX200เข้ากับคอมพิวเตอร์นะครับ)
ต่อมาให้ไปกดที่คำว่า complete รออีกซักพัก เครื่องกำลังทำความรู้จักกันระหว่างคอมพิวเตอร์และ MX200 หลังจากนั้นก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งาน

หมายเหตุ
   หากไม่ต่อเครื่อง MX200 เข้ามาจะเกิดหน้าต่าง Error 1722 ขึ้นมา แบบนี้ต้องไป cancel แล้วไปเริ่มต้นลงใหม่และต่อเครื่องให้เรียบร้อยในขั้นตอนที่บอกไป ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งการลงโปรแกรมทำได้ง่ายดายมาก

ทดลองเสียง
   จากการทดลองฟังเสียงในทุกๆโปรแกรม อยู่ในเกณท์ดีรายละเอียดชัด หางเสียงของรีเวิร์บ
  แม่นยำ ไม่ฟุ้งกระจายหรือไม่เป็นตัว ยังให้เอกลักษณ์เสียงแบบ Lexicon อยู่เช่นเดิม เสียงเอฟเฟค

   ดีเลย์ให้เสียงตัวตามที่เหมือนต้นเสียงโดยไม่ทำให้เสียงตามเกิดอาการเบลอของเสียง สำหรับดีเลย์หากใช้งานกับกีต้าร์ไฟฟ้า หรือเครื่องดนตรีอย่างเช่น เครื่องเป่า จะสนุกมากเพราะเสียงตัวโน๊ตจะชัดเจนดี และมี foot switch ให้ด้วยช่วยสั่งงานผ่านทางเท้าในขณะเล่นได้ไปพร้อมๆกัน

   สำหรับเอฟเฟคตัวอื่นก็ใช้งานได้ผลชัดเจนให้เสียงไม่คลุมเคลือ อย่างเช่น pitch shift หรือ

เอฟเฟค Pan ,Rotary เล่นสนุกดี

   สำหรับระดับความเข้าใจเมื่อแรกใช้งานเครื่อง ถือได้ว่าออกแบบมาไม่ยากนัก หากตั้งใจศึกษาใช้เวลาหน่อย และหากผู้ที่เคยใช้งานเอฟเฟคลักษณะนี้มาก่อนยิ่งใช้งานง่ายมากขึ้นด้วย

   ระดับเสียงรบกวนพื้นฐานในแต่ละโปรแกรมอยู่ในเกณท์ต่ำ ไม่มากพอที่จะกวนเสียงหลักได้ ถึงแม้ผู้ใช้งานที่ตั้งค่าเฮดรูมไม่ถูกต้องในขณะใช้งานเอฟเฟคก็ตาม ตรงนี้มีผลชัดเจนในขณะใช้งาน และด้วยความที่สามารถผสมเสียงเอฟเฟคสองชุดเข้าด้วยกันและมีเสียงรบกวนต่ำ จึงไม่มีปัญหาต้องระวังเรื่องเสียงรบกวน

อัพเดทเมื่อ : 12 มีนาคม 2555 เวลา 9:08:30 น. ถูกเปิดอ่านแล้ว 2,824 ครั้ง